8 สัญญาณเตือนของโรคซึมเศร้า

ใครที่เครียดมากๆหรือมีภาวะเครียดบ่อยๆ ลองมาเช็ค 8 สัญญาณเตือนของโรคซึมเศร้ากันดีกว่าว่าสิ่งที่เรากำลังเป็นอยู่แค่เครียดหรือว่าเป็นโรคซึมเศร้า แต่❗แต่❗ แต่❗ โรคซึมเศร้าสามารถรักษาหายได้นะคะ และการที่เราหรือคนใกล้ตัวเรากำลังเผชิญปัญหานี้กันอยู่ อยากให้ใจเย็นๆและคอยรับฟังปัญหาของคนเหล่านี้กันนะคะ มาร่วมส่งกำลังใจให้ใครก็ตามที่กำลังรักษาและสู้กับโรคนี้อยู่ ขอให้พวกเค้าและตัวเราเองเจอสายรุ้งสวยๆหลังฝนตกไวๆ

ปัจจัยที่ทำให้เกิด “โรคซึมเศร้า”

1. พันธุกรรม

2. การเลี้ยงดู บุคลิกภาพ เช่น คนที่มองโลกในแง่ลบ ยึดติดกับความสมบูรณ์แบบ

3. ความผิดปกติของสารสื่อประสาทในสมอง อาจจะเกิดจากเหตุการณ์บางอย่างมากระตุ้น เช่น การสูญเสียคนรัก หรือเจ็บป่วยประสบอุบัติเหตุ เป็นต้น

Ngủ ngon Fancl Nhật Bản

8 สัญญาณเตือนของโรคซึมเศร้า

โรคซึมเศร้าเป็นโรคทางจิตเวชที่ส่งผลต่อความรู้สึกนึกคิดและพฤติกรรมได้อย่างมาก โดยสัญญาณเตือนของโรคซึมเศร้าสามารถสังเกตได้ดังต่อไปนี้

  1. รู้สึกเศร้าหรือหมดหวังเป็นเวลานาน คนที่เป็นโรคซึมเศร้ามักจะรู้สึกเศร้าหรือหมดหวังมากกว่าปกติเป็นเวลานานติดต่อกันอย่างน้อย 2 สัปดาห์
  2. สูญเสียความสนใจหรือความสุขในกิจกรรมที่เคยชอบ คนที่เป็นโรคซึมเศร้ามักจะสูญเสียความสนใจหรือความสุขในกิจกรรมที่ตนเองเคยชอบทำเป็นประจำ เช่น ไม่สนใจออกไปพบปะเพื่อนฝูงเหมือนแต่ก่อน หรือไม่อยากออกกำลังกายเหมือนที่เคยทำ
  3. มีการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักหรือความอยากอาหาร คนที่เป็นโรคซึมเศร้าอาจมีการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก หรือความอยากอาหาร เช่น น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่ได้ตั้งใจ หรือน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ
  4. มีปัญหาในการนอนหลับ คนที่เป็นโรคซึมเศร้ามักมีปัญหาในการนอนหลับ เช่น นอนไม่หลับหรือนอนหลับมากเกินไป
  5. รู้สึกเหนื่อยล้าหรือไร้พลัง คนที่เป็นโรคซึมเศร้ามักจะรู้สึกเหนื่อยล้าหรือไร้พลังแม้ไม่ได้ทำกิจกรรมอะไรเลย
  6. รู้สึกไร้ค่าหรือรู้สึกผิด คนที่เป็นโรคซึมเศร้ามักจะรู้สึกไร้ค่าหรือรู้สึกผิดในเรื่องต่างๆ โดยที่บางครั้งอาจไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมจึงรู้สึกเช่นนั้น
  7. มีปัญหาในการตัดสินใจหรือจดจำสิ่งต่างๆ คนที่เป็นโรคซึมเศร้ามักมีปัญหาในการตัดสินใจหรือจดจำสิ่งต่างๆ แม้จะเป็นเรื่องง่ายๆ
  8. คิดถึงความตายหรือการฆ่าตัวตาย คนที่เป็นโรคซึมเศร้าอาจมีความคิดเกี่ยวกับความตายหรือการฆ่าตัวตาย ซึ่งหากมีอาการนี้ควรไปพบแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตทันที

 

จากที่ไม่เคยมีสิว แต่จู่ๆสิวบุกก!

จากหน้าใสๆ แล้วสิวบุกแบบกะทันหัน ไปดูวิธีรับมือและรักษากันนน

จากที่ไม่เคยมีสิว แต่จู่ๆสิวบุกก!! ทำไงดี

  1. ล้างหน้าอย่างถูกวิธี

  • ล้างหน้าให้สะอาดวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น ด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยน ไม่ระคายเคืองผิว
  • เมื่อล้างหน้า ควรล้างด้วยน้ำอุ่นเพื่อเปิดรูขุมขนและช่วยขจัดสิ่งสกปรกออกได้ง่ายขึ้น
  • หลังจากล้างหน้าแล้ว ควรเช็ดหน้าให้แห้งด้วยผ้าขนหนูนุ่มๆ แทนการใช้กระดาษทิชชู่ที่อาจทำให้ผิวระคายเคืองได้
  1. หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่รุนแรง

  • ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่รุนแรง เช่น โฟมล้างหน้าที่มีส่วนผสมของสารเคมีหรือแอลกอฮอล์ และครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของน้ำหอมหรือพาราเบน อาจกระตุ้นให้เกิดสิวได้
  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่อ่อนโยน มีค่า pH ที่เหมาะกับผิว และได้รับการรับรองจากแพทย์ผิวหนัง
  1. หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสใบหน้า

  • มือเป็นแหล่งรวมของแบคทีเรียและสิ่งสกปรก เมื่อใช้มือสัมผัสใบหน้าอาจนำพาแบคทีเรียและสิ่งสกปรกไปอุดตันรูขุมขนและก่อให้เกิดสิวได้
  • หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสใบหน้าโดยเฉพาะบริเวณที่เป็นสิว และหากจำเป็นต้องสัมผัสใบหน้าควรล้างมือให้สะอาดก่อน
  1. รักษาความสะอาดของเครื่องสำอางและแปรงแต่งหน้า

  • เครื่องสำอางและแปรงแต่งหน้าเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียและสิ่งสกปรก หากไม่รักษาความสะอาดอาจนำพาไปสู่การอุดตันของรูขุมขนและการเกิดสิวได้
  • ควรทำความสะอาดเครื่องสำอางและแปรงแต่งหน้าเป็นประจำ โดยล้างแปรงแต่งหน้าด้วยน้ำยาทำความสะอาดเครื่องสำอางหรือน้ำยาฆ่าเชื้อ และทำความสะอาดเครื่องสำอางด้วยผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอางที่เหมาะกับสภาพผิว
  1. ทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิว

  • การทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิว เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช และโปรตีน จะช่วยให้ผิวสุขภาพดีและลดโอกาสการเกิดสิวได้
  • หลีกเลี่ยงการทานอาหารที่กระตุ้นให้เกิดสิว เช่น อาหารที่มีน้ำตาลสูง อาหารแปรรูป และอาหารที่มีไขมันสูง

kem trị mụn của Nhật

  1. ดื่มน้ำให้เพียงพอ

  • การดื่มน้ำให้เพียงพอจะช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและลดการผลิตน้ำมันส่วนเกิน ซึ่งอาจนำไปสู่การอุดตันของรูขุมขนและการเกิดสิวได้
  • ควรดื่มน้ำอย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน

รูขุมขนกว้าง ทำยังไงได้บ้าง⁉️

ส่วนผสมในสกินแคร์ที่ควรมองหา

รูขุมขนผิวมัน:

ดูดซับน้ำมัน >> ดินขาว(white clay)

ผลัดเซลล์ผิว >> BHA ,AHA ,PHA

ควบคุมความมัน >> วิตามินบี 6 ,วิชฮาเซล (Witch Hazel) ,

ที ทรี ออยล์ (Tea Tree Oil), ไนอะซินาไมด์ (Niacinamide)

My Skincare Wist list

🛍 artistry signature select purifying mask

🧾ราคา: 1,044 บาท (ขนาด 100 กรัม)

✨เหตุผลที่อยากได้: ใช้พอกหน้าระหว่างสัปดาห์ 1-2ครั้ง ช่วยลดความมันได้ดี รูขุมขนสะอาด กลิ่นหอมสดชื่น ล้างออกง่าย หลังพอกหน้ารู้สึกผิวดูกระจ่างใสขึ้น แต่งหน้าแล้วไม่เยิ้ม รู้สึกได้เลยว่าผิวมันน้อยลง สบายผิวขึ้น

Step การลงสกินแคร์ตอนกลางคืน 2567/ 2024

รูขุมขนกว้างขาดน้ำ

เติมน้ำเติมความชุ่มชื้น >> กรดไฮยาลูโรนิก, สควาเลน

ซ่อมแซมผิว >> วิตามินบี 5 , เซราไมด์

เก็บกักความชุ่มชื้น >> กลีเซอรีน

My Skincare Wist list

🛍 อาร์ทิสทรี สกิน นิวทริชั่น ไฮเดรทติ้ง เจล ครีม

🧾 ราคา: 1,650 บาท (ขนาด 50ml.)

✨ เหตุผลที่อยากได้: ชอบความรู้สึกตอนทามากเลยเหมือนผิวได้ดื่มน้ำ แบบสดชื่นมากจริงๆนะ แล้วผิวก็ดูเรียบเนียนขึ้น

รูขุมขนอุดตัน

ดูดซับน้ำมัน >> ดินขาว(white clay)

ผลัดเซลล์ผิว >> กรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid),

กรดไกลโคลิค (Glycolic Acid), Retinoids

เติมน้ำเติมความชุ่มชื้น >> ไฮยาลูโรนิก,สควาเลน

รูขุมขนแก่กว่าวัย

ผลัดเซลล์ผิว + Anti-aging >> เรตินอล

ต้านอนุมูลอิสระ >> แอสตาแซนธิน วิตามินซี

เติมน้ำเติมความชุ่มชื้น >> ไฮยาลูโรนิก,สควาเลน

My Skincare Wist list

🛍 อาร์ทิสทรี อินเท็นซีฟ สกินแคร์ แอดวานซ์ สกิน รีฟินิเชอร์

🧾 ราคา: 3,136 บาท (ขนาด 50ml.)

✨ เหตุผลที่อยากได้: น้องช่วยกระชับรูขุมขน และควบคุมความมัน พร้อมสัมผัสที่นุ่มเนียน ไม่เหนอะหนะผิว ช่วยให้แต่งหน้าดีขึ้น ทุกครั้งที่ทาจะชอบเผลอลูบหน้าเล่น ลื่นๆเพลินๆ😄 ราคาสูงหน่อย แต่ก็ชอบนะะะ อยากใช้อีก

My Skincare Wist list

🛍 artistry skin nutrition vitaminC+HA3 daily serum

🧾ราคา: 1,900 บาท (ขนาด 12ml. + 1.34g)

งงมั้ย ทำไมขนาดดูแปลกๆ ก็เพราะว่าน้องเขามา2ชิ้น ให้เรามาผสมเอง เหมือนได้ใช้วิตามินซีแบบสดใหม่

✨เหตุผลที่อยากได้: เป็นเซรั่มลูกรักตั้งแต่สูตรเก่าเลย บอกได้คำเดียวว่าน้องคือจุดเริ่มต้นของสภาพผิวที่ดีขึ้นของเราจริงๆ

📍พิกัด: เซรั่มวิตามินซี+ไฮยาลูรอน

ลองไปปรับใช้กันดูนะคะ ^^

tag

รูขุมขนกว้าง
ผิวมันขาดน้ำ
ผิวมัน
สิวอุดตัน
สิวเสี้ยน
เรื่องผิวผิว

Step การลงสกินแคร์ตอนกลางคืน 2567/ 2024

การบำรุงผิวตอนกลางคืนก็สำคัญไม่แพ้ตอนกลางวันเลย เพราะตอนเรากำลังนอน ผิวของเราจะอยู่ในโหมดซ่อมแซมตัวเอง เพราะฉะนั้นต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยทำให้ผิวซ่อมแซมตัวเองให้ได้ดีที่สุด!

มีอยู่ 11 สเต็ปที่เราคิดว่าควรจะทำใน PM routine มาก เริ่มจาก:

Step Skincare (Night Skincare)

ลำดับการลงคือเราจะยึดความเข้มข้นของเนื้อสัมผัสเป็นหลัก โดยจะเริ่มจากเบาไปหนัก

1. Makeup Remover

เราควรเช็คเครื่องสำอางให้สะอาดทุกครั้งก่อนล้างด้วยโฟมในขั้นตอนต่อไป เพราะใบหน้าเจอสารเคมีจากเครื่องสำอาง ฝุ่นและมลภาวะต่างๆอีก

2. Cleansing

โฟมหรือเจลล้างหน้า ล้างทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่ยังตกค้างอยู่บริเวณใบหน้า

3. Toner

เช็ดโทนเนอร์ทั่วใบหน้า เพื่อปรับสภาพผิวหลังล้างหน้าให้พร้อมบำรุง ให้สกินแคร์ซึมลงผิวได้ดียิ่งขึ้น

4. Acne Spot

ควรทาก่อนที่จะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอื่นๆ ทาบางๆแล้วนวดจนเนื้อครีมซึมเข้าผิว

5. Essence

เอสเซนส์ หรือ น้ำตบ เพื่อให้ซึมลงไปที่ชั้นใต้ผิวหนัง กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ช่วยให้ผิวหน้าอิ่มน้ำ

6. Serum

บำรุงผิวอย่างล้ำลึกด้วยเซรั่ม สามารถเลือกใช้ได้ตามปัญหาของผิวเราได้เลย

7. Sheet Mask

การมาส์กหน้าทุกวัน เพราะมาส์กชีท 1 แผ่น บำรุงผิวที่ล้ำลึกช่วยให้หน้าชุ่มชื่น อิ่มน้ำ กระจ่างใส ไม่แห้งกร้าน

8. Eye Cream

ผิวรอบดวงตาของเราแห้งทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่าย อย่าลืมบำรุงให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอ

9. Moisturizer

ครีมบำรุงผิวช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวอย่างล้ำลึก

10. Sleeping Mask

การล็อคความชุ่มชื้นไว้กับผิว ช่วยให้ผิวหน้าเรียบเนียน อิ่มน้ำและได้รับการฟื้นฟูตลอดการนอนอีกด้วย

11. Lip Sleeping Mask

ทาลิปมาสก์หนา ๆ ให้ริมฝีปากชุ่มชื้น ไม่แห้งลอก

❣️อย่าลืม!! อย่าลืมเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวหน้าของตัวเองน้าาาา

การดูแลผิวแต่ละช่วงวัยอย่างไรให้ถูกวิธี?

ไม่ว่าคุณจะอยู่ในวัยใด การดูแลผิวที่ถูกวิธีเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณมีผิวที่สุขภาพดีและดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ ดังนั้น จึงควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณและปฏิบัติตามขั้นตอนการดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอ

แชร์ทริคลงสกินแคร์ยังไงให้ปัง

สกินแคร์สำหรับอายุ 15-18 ปี

ขั้นตอนการดูแลผิว- ตอนเช้า : คลีนซิ่ง โลชั่น กันแดด- ตอนเย็น: มาส์กทำความสะอาด>โลชั่นน้ำ

มาส์ก: มาส์กให้ความชุ่มชื้นหลัก สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง

ดูแลผิว: ให้ความชุ่มชื้น ให้ความชุ่มชื้น ปกป้องผิวจากแสงแดด สิว

ปกป้องผิวจากแสงแดด: หมวก แขนยาว ฯลฯ ใช้ครีมกันแดดอย่างเหมาะสม

Step ดูแลผิวเช้า-กลางคืน 2024

💜การดูแลผิวอายุ 19-24 ปี

ขั้นตอนการดูแลผิว

เช้า: คลีนซิ่ง-โทนเนอร์, ครีมบำรุงรอบดวงตา, เอสเซ้นส์, โลชั่น/ครีมทาหน้า > ครีมกันแดด ไนท์: เมคอัพรีมูฟเวอร์, คลีนซิ่งมาส์ก > โทนเนอร์, อายครีมเอสเซ้นส์, โลชั่นมาส์ก: มอยส์เจอไรเซอร์ มาส์ก, การใช้มาสก์ที่เหมาะสม

💜อายุ 25-30 ปี

ขั้นตอนการดูแลผิว

เช้า: คลีนซิ่งโทนเนอร์ Essence Lotion/Facial Cream ครีมกันแดด ช่วงเย็น: Makeup Remover Cleansing Toner Mask Eye Cream > Essence Lotion Cycle Care: การผลัดเซลล์ผิวอย่างเหมาะสม, มาสก์ Skin Care จุด: มอยซ์เจอไรเซอร์, ครีมกันแดด, ต่อต้านริ้วรอย, ต่อต้านวัย, สารต้านอนุมูลอิสระ 25 เพื่อเริ่มต้น การใช้ครีมบำรุงรอบดวงตาต่อต้านริ้วรอยหลังวัยสามารถเปิดช่องผิวและส่งเสริมการดูดซึมของผลิตภัณฑ์ที่ตามมา

💜ผู้ใหญ่: 31-45 ปี

ขั้นตอนการดูแลผิว

เช้า: คลีนซิ่งโทนเนอร์ & ฐานของกล้ามเนื้อ > อายครีม เอสเซ้นส์โลชั่น/ครีมทาหน้า ครีมกันแดด ช่วงเย็น: เมคอัพรีมูฟเวอร์ > คลีนซิ่งโทนเนอร์ มาส์กครีมบำรุงรอบดวงตา เอสเซ้นส์อิมัลชั่น การดูแลรายสัปดาห์: ขัดผิวที่เหมาะสม, มาส์กเพื่อการทำงาน หลังจากเร่งอายุผิว ลดการแตะมือ ใช้ใบหน้า เช็ดหน้า นอนดึก ออกกำลังกายเยอะๆ เหงื่อออก(ผิวจะแดงและบอบบาง)

💜 วัย 50 ปีขึ้นไป (อายุ 45 – 59 ปี) “งามสมวัย”

ช่วงอายุนี้ผิวจะแห้งลงอย่างเห็นได้ชัด ทิ้งร่องรอยของวัยไว้หลายจุด ขนาดของรูขุมขนจะขยายจนเห็นได้ และจุดด่างดำก็เกิดขึ้นได้ง่ายอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น การเข้าสู่ช่วงภาวะหมดประจำเดือน การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนจะยิ่งทำให้ผิวแห้งและแพ้ได้ง่ายยิ่งขึ้นไปอีก

วิธีดูแลผิวของสาว 45 ปีขึ้นไป

เริ่มต้นด้วยการเติมน้ำมันให้แก่ผิวอย่างสม่ำเสมอด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีเนื้อครีม และเติมความชุ่มชื้นด้วยครีมบำรุงผิวในคราวเดียวกัน เลือกบำรุงผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อครีมข้น และมีส่วนผสมของ วิตามินอี เพื่อปกป้องผิวและเพิ่มความนุ่มเนียน มีโพลีเปปไทด์เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และมีเรตินอลเพื่อช่วยลบริ้วรอยแห่งวัย นอกจากนั้นควรทำทรีตเมนต์ กระตุ้นการขจัดเซลล์ผิวเก่า และเร่งการสร้างเซลล์ผิวใหม่ เป็นการช่วยบำรุงผิวพรรณ และลดริ้วรอยที่เกิดขึ้นตามวัยให้ผิวแลดูเปล่งปลั่งสดใส

แต่ละช่วงวัยมีความสวยในแบบเฉพาะของตนเอง ค้นหาให้เจอ เพื่อเปล่งประกายความงามจากภายในออกมาอวดกัน

แชร์ทริคลงสกินแคร์ยังไงให้ปัง

สาวๆ คนไหนที่มีสกินแคร์ใน Routine เยอะ หรือยังงงกับขั้นตอนลงสกินแคร์อยู่บ้างยกมือขึ้น วันนี้เรามาแชร์ทริคง่ายๆ ในการเรียงลำดับลงอะไรก่อน – หลัง จากเนื้อสัมผัสที่เหลวสุดไปข้นสุดนั่นเอง

แชร์ทริคลงสกินแคร์ยังไงให้ปัง 2567

ทำความรู้จักสภาพผิวของตัวเองก่อน

สภาพผิวมีหลายประเภท เช่น ผิวแห้ง ผิวมัน ผิวผสม หรือผิวเป็นสิวง่าย หากรู้จักสภาพผิวของตัวเอง คุณจะเลือกสกินแคร์ที่เหมาะสมได้ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญเพราะสกินแคร์บางประเภทอาจทำให้ผิวของคุณแห้งหรือมันมากเกินไป ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาผิว เช่น สิว ผื่นแดง หรือรอยเหี่ยวย่นได้

เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิว

เมื่อคุณทราบสภาพผิวของตัวเองแล้ว คุณก็สามารถเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณได้ ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณจะช่วยปรับปรุงสุขภาพผิวของคุณและช่วยลดปัญหาผิวที่คุณมีอยู่ได้ หากคุณไม่แน่ใจว่าสภาพผิวของคุณคือประเภทใดหรือไม่แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์ใดเหมาะกับสภาพผิวของคุณ คุณสามารถปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านความงามเพื่อขอคำแนะนำได้

ใช้อย่างสม่ำเสมอและมีวินัย

เพื่อให้สกินแคร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณต้องใช้อย่างสม่ำเสมอและมีวินัย การใช้อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้สกินแคร์ซึมซาบเข้าสู่ผิวของคุณได้อย่างล้ำลึกและเห็นผลได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

นวดเบาๆ เพื่อให้เนื้อสกินแคร์ซึมซาบเข้าสู่ผิว

เมื่อคุณทาผลิตภัณฑ์ลงบนผิว ให้ใช้ปลายนิ้วนวดเบาๆ เพื่อกระตุ้นให้เนื้อสกินแคร์ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ การนวดเบาๆ ยังช่วยให้คุณผ่อนคลายและสบายตัวได้อีกด้วย

ดื่มน้ำให้เพียงพอ

การดื่มน้ำให้เพียงพอเป็นสิ่งสำคัญสำหรับสุขภาพร่างกายและผิวของคุณ น้ำช่วยให้ผิวของคุณชุ่มชื่นและเปล่งปลั่ง หากคุณดื่มน้ำไม่เพียงพอ ผิวของคุณอาจแห้งและหยาบกร้านได้

Step ดูแลผิวเช้า-กลางคืน 2024

62d6ad295800d.jpg

สวัสดีค่ะ วันนี้มาแชร์สกินแคร์ที่ใช้เช้าและเย็นกัน

Step ! ทา skincare ยังไงให้เห็นผล?

Morning Skincare Routine | ตอนเช้าทาบำรุงอะไรบ้าง

1. คลีนซิ่ง – ทำไมต้องใช้ตอนเช้า บอกก่อนเลยว่า ลองใช้คือดีมาก สิวขึ้นน้อยลง ขนาดเช็ดตอนเช้าสำลียังดำเลยจ้า

2. ล้างหน้า – จะล้างหน้าด้วยเจลล้างหน้า

3. โทนเนอร์ – ใช้บ้างไม่ใช้บ้าง

4. ชีทมาส์ก – ใช่ช่วงเวลาพักผ่อนน้อยและต้องแต่งหน้า

5. สเปรย์น้ำแร่

6. ครีมแต้มสิว/ครีมลดรอยดำ – จะใช้แบบเจลแต้มสิวและลดรอยดำ

7. อายครีม

8. เอสเซนส์

9. เซรั่ม

499,000 
680,000 
439,000 
-8%
780,000 

10. กันแดด

กลางคืน

1. คลีนซิ่ง – เช็ดเครื่องสำอางค์

2. ล้างหน้า – ด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำองค์ และล้างด้วยเจลหรือโฟมล้างหน้าอีกที

3. สครับผิวหน้า

4. โทนเนอร์ – เป็นการทำความสะอาดผิวอีกครั้ง

5. ครีมแต้มสิว/ครีมลดรอยดำ

6. เอสเซนส์

7. เซรั่ม

8. ชีสมาส์ก

9. สเปรย์น้ำแร่

10. สลีปปิ้งมาส์ก

11. ลิปมาส์ก

😅กว่าจะได้ออกจากบ้าน กว่าจะนอน ต้องบำรุงไปกี่ขั้นตอน แต่ไม่เป็นเพื่อความสวย ต้องสละเวลาไปบ้าง

Step ! ทา skincare ยังไงให้เห็นผล?

ขั้นตอนการลงสกินแคร์ตามเนื้อครีม ลงจากเนื้อเบาที่สุดไปหาเนื้อที่หนักที่สุด

Step ! ทา skincare ยังไงให้เห็นผล?

ทำความสะอาดผิวหน้าอย่างอ่อนโยน

ใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณ ซึ่งจะช่วยขจัดสิ่งสกปรกและเครื่องสำอางออกอย่างหมดจด โดยไม่ทำร้ายชั้นปกป้องผิวตามธรรมชาติ

ใช้โทนเนอร์

โทนเนอร์จะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่บนผิว พร้อมทั้งช่วยปรับค่า pH ของผิวให้สมดุล

ทาเซรั่ม

เซรั่มเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีความเข้มข้นสูง จึงสามารถซึมลึกลงไปใต้ผิวหนังได้ดี ช่วยฟื้นฟูผิวในระดับเซลล์และแก้ปัญหาผิวต่างๆ เช่น ริ้วรอย จุดด่างดำ ฝ้า กระ ฯลฯ

ทาครีมบำรุงผิว

ครีมบำรุงผิวจะช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและปกป้องผิวจากมลภาวะต่างๆ ควรเลือกครีมบำรุงผิวที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณ โดยผิวแห้งควรใช้ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของน้ำมัน ส่วนผิวมันควรใช้ครีมบำรุงผิวสูตรน้ำ หรือเจล

ทาครีมกันแดด

ครีมกันแดดเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการปกป้องผิวจากรังสี UV ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของริ้วรอยก่อนวัยและมะเร็งผิวหนัง ควรทาครีมกันแดดทุกวัน แม้ในวันที่ฟ้าครึ้ม และควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป และมีค่า PA+++

ลำดับการลงสกินแคร์ให้ผิวสวย!

หลักการง่ายๆของเราคทอเราจะเริ่มลงสกินแคร์จากเนื้อตัวที่ความเหลวมากที่สุดไปจนถึงเนื้อครีมตัวที่มีความหนืดมากที่สุด. ที่ลงขั้นตอนตามนี้เพราะจะทำให้การลงสกินแคร์มีประสิทธิภาพดีมากยิ่งขึ้น ผิวเปิดรับสกินแคร์ได้ดีทุกชั้น แต่แนะนำว่าก็ควรรอให้สกินแคร์แต่ละชั้นที่ลงไปซึมก่อนน้า ผิวจะได้ไม่เป็นคราบ!

ลำดับการลงสกินแคร์ให้ผิวสวย!

ล้างหน้าให้สะอาด

เริ่มต้นขั้นตอนการลงสกินแคร์ด้วยการล้างหน้าให้สะอาด เพื่อขจัดสิ่งสกปรกและเครื่องสำอางออกจากผิวหน้า ใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณ และล้างออกด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงการใช้น้ำร้อนหรือเย็นจนเกินไป

ใช้โทนเนอร์

หลังจากล้างหน้าแล้ว ใช้โทนเนอร์เพื่อปรับสมดุล pH ของผิวและเตรียมผิวให้พร้อมสำหรับการบำรุงขั้นตอนถัดไป โทนเนอร์ยังช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและกระชับรูขุมขนให้เล็กลงอีกด้วย

ใช้เซรั่ม

499,000 
680,000 
439,000 
-8%
780,000 

เซรั่มเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีเนื้อบางเบาและซึมซาบเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว เซรั่มมักมีส่วนผสมของสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิว เช่น วิตามินซี, กรดไฮยาลูรอนิค, หรือสารต้านอนุมูลอิสระต่างๆ เซรั่มสามารถช่วยแก้ปัญหาผิวต่างๆ ได้ เช่น ริ้วรอย, จุดด่างดำ, หรือรอยสิว

ใช้มอยส์เจอไรเซอร์

มอยส์เจอไรเซอร์เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ช่วยให้ความชุ่มชื้นและปกป้องผิวจากการสูญเสียน้ำ มอยส์เจอไรเซอร์มีให้เลือกหลายประเภทตามสภาพผิว เช่น เจลครีม, ครีม, หรือโลชั่น เลือกใช้มอยส์เจอไรเซอร์ที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณ และทาให้ทั่วใบหน้าและลำคอหลังจากใช้เซรั่ม

ใช้ครีมกันแดด

ขั้นตอนสุดท้ายในการลงสกินแคร์คือการใช้ครีมกันแดด เพื่อปกป้องผิวจากรังสี UV ที่เป็นสาเหตุของริ้วรอยและจุดด่างดำต่างๆ ควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF อย่างน้อย 30 และทาก่อนออกจากบ้าน 20 นาที และอย่าลืมทาครีมกันแดดซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมงหากคุณต้องอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน

tag

  • ติดเทรนด์
  • ทริคดีบอกต่อ
  • สกินแคร์
  • สกินแคร์ผิวแพ้ง่าย

8 Step การลงสกินแคร์ ฉบับคนเป็นสิว

ปัญหาสิวเป็นปัญหาที่หลายคนต้องพบเจอ คนที่มีปัญหาสิวควรลงสกินแคร์ให้ถูกขั้นตอน และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับสภาพผิว เพื่อให้ผิวได้รับการบำรุงได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด วันนี้ Healthmart.vn มีชั้นตอนการลงสกินแคร์สำหรับคนเป็นสิวมาฝากกันค่ะ

สรุปการรักษาสิวด้วยตัวเอง 2567!

8 Step การลงสกินแคร์ ฉบับคนเป็นสิว 2567

ทำความสะอาดผิวอย่างอ่อนโยน

    • ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นโดยใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดแบบอ่อนโยน ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่รุนแรงหรือทำให้ผิวแห้งตึง
    • ใช้มือกดน้ำยาทำความสะอาดเข้าไปในผิวเบาๆ แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น
    • ซับหน้าให้แห้งเบาๆ ด้วยผ้าขนหนูสะอาด

ใช้โทนเนอร์

    • โทนเนอร์สามารถช่วยกระชับรูขุมขน ทำความสะอาดผิวที่เหลืออยู่ และปรับสมดุล pH ของผิว
    • เทโทนเนอร์ลงบนสำลีแผ่นแล้วเช็ดเบาๆ ทั่วใบหน้าและลำคอ
    • หลีกเลี่ยงการใช้โทนเนอร์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เพราะอาจทำให้ผิวแห้งได้

ใช้เซรั่มหรือเอสเซ้นส์

    • เซรั่มหรือเอสเซ้นส์สามารถช่วยให้ความชุ่มชื้นกับผิวและลดการอักเสบ
    • หยดเซรั่มหรือเอสเซ้นส์ลงบนฝ่ามือแล้วตบเบาๆ ทั่วใบหน้าและลำคอ
    • รอให้เซรั่มหรือเอสเซ้นส์แห้งก่อนที่จะทาครีมบำรุง

ใช้ครีมบำรุงรอบดวงตา

    • ครีมบำรุงรอบดวงตาสามารถช่วยลดรอยคล้ำและริ้วรอยแห่งวัยรอบดวงตา
    • แตะครีมบำรุงรอบดวงตาลงบนนิ้วนางแล้วนวดเบาๆ รอบดวงตา
    • หลีกเลี่ยงการทาครีมบำรุงรอบดวงตาลงบนเปลือกตาโดยตรง เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้

ใช้มอยส์เจอไรเซอร์

    • มอยส์เจอไรเซอร์สามารถช่วยให้ความชุ่มชื้นกับผิวและป้องกันการสูญเสียน้ำ
    • ทามอยส์เจอไรเซอร์ลงบนใบหน้าและลำคอ โดยนวดเบาๆ จนกว่าจะซึมซาบเข้าสู่ผิว

ใช้ครีมกันแดด

    • ครีมกันแดดสามารถช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV ของดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดสิว
    • ทาครีมกันแดดลงบนใบหน้าและลำคอทุกวันก่อนออกแดดอย่างน้อย 15 นาที
    • เลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป และมีคำว่า “Broad Spectrum”

หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า

    • การสัมผัสใบหน้าสามารถแพร่เชื้อแบคทีเรียและทำให้เกิดสิวอุดตันได้
    • หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าด้วยมือหรือสิ่งของอื่นๆ

เปลี่ยนปลอกหมอนบ่อยๆ

    • ปลอกหมอนสามารถสะสมสิ่งสกปรกและแบคทีเรียได้
    • เปลี่ยนปลอกหมอนอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งเพื่อป้องกันการเกิดสิว